วัดเกาะหลัก อารามหลวง

วัดเกาะหลัก อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นวัดเก่าสร้างมาราว พ.ศ. 2300 ได้รับการยกฐานะ เป็นพระอารามหลวง เมื่อ พ.ศ. 2515 [1]

ชื่อวัดเกาะหลัก ตั้งตามสถานที่ตั้งวัด คือ บริเวณอ่าวเกาะหลัก สถานที่ตั้งวัด เลขที่ 306 ถนนสละชีพ ตำบลประจวบฯ อำเภอเมืองประจวบฯ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เนื้อที่ 41 ไร่ 1 งาน 38 ตารางวา สถานะ เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ประวัติการสร้าง ประมาณ พ.ศ. 2300 แต่ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้าง ว่าใครเป็นผู้ริเริ่มสร้าง หรือสร้างในปี พ.ศ.ใดแน่นอน แต่มีประกาศตั้งวัดเมื่อ วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2459 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2480

นามอดีตเจ้าอาวาส และระยะเวลาอยู่ครองวัด 1. หลวงพ่อศรีสุนทร จากคำบอกเล่าสืบต่อกันมา 2. สมภารหรั่ง จากคำบอกเล่าสืบต่อกันมา 3. สมภารถึก จากคำบอกเล่าสืบต่อกันมา 4. หลวงพ่อจ้อย จากคำบอกเล่าสืบต่อกันมา 5. พระอาจารย์อินทร์ จากคำบอกเล่าสืบต่อกันมา 6. พระครูสุทธาจารคุณ (อ่ำ อินฺทโชโต) พ.ศ. 2458 - 2472 ผู้รั้งตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ 7. พระสุเมธีวรคุณ (เปี่ยม จนฺทโชโต) พ.ศ. 2473 - 2492 อดีตเจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ 8. พระสุเมธีวรคุณ (โถ พฺรหฺมสโร) พ.ศ. 2492 - 2510 อดีตเจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ 9. พระราชวิสุทธิคุณ (เกตุ จิตฺตสาโร วงศ์แหวน) พ.ศ. 2511 - 2542 อดีตเจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ 10. พระเมธีคุณาภรณ์ (อุดม สิริวณฺโณ เกตุสิริ)

  • ประวัติ หลวงพ่อเปี่ยม จันทโชโต วัดเกาะหลัก วัดเกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์

    ประวัติ หลวงพ่อเปี่ยม จันทโชโต วัดเกาะหลัก วัดเกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นวัดเก่าแก่ สร้างมาราวปีพ.ศ.2300 มีฐานะแรกเป็นสำนักสงฆ์ตั้งแต่สมัยอยุธยา พัฒนาเป็นวัดเกาะหลักและยกฐานะเป็นพระอารามหลวง เมื่อปีพ.ศ.2515 จาก คำบอกเล่าต่อๆ กันมาว่า เจ้าอาวาสที่ชื่อ "หลวงพ่อโสธร" ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกมีวาจาสิทธิ์ ผู้ใกล้ชิดและผู้ที่ผ่านไปมาต่างเคารพนับถือ ด้วยบารมีของเจ้าอาวาสทุกรูปทำให้วัดเกาะหลักมีความเป็นปึกแผ่นมั่นคง แต่รายละเอียดเกี่ยวกับความเจริญของวัดค้นหาหลักฐานไม่ได้ จนถึงสมัยพระครูสุทธาจารคุณ หรือหลวงพ่ออ่ำ จึงพอมีหลักฐานอยู่บ้าง วัดเกาะหลัก เป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไป ด้วยความเคารพนับถือหลวงพ่อเปี่ยม (เปี่ยม จันทโชโต) หรือนามสมณศักดิ์ว่า "พระครูสุเมธีวรคุณ นิบุณศิริเขตต์ ชลประเวส สังฆวาหะ" ตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งท่านมีความแม่นยำในการพยากรณ์ดวงชะตา และมีความเชี่ยวชาญในการบรรจุดวงชะตาทางโหราศาสตร์ลงในพระประจำวันของบุคคล เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของเจ้าของดวงชะตา ถึงขั้นเชื่อกันว่า การทำพิธีทางโหราศาสตร์ หากทำที่อื่นจะขลังน้อยกว่าทำที่โบสถ์วัดเกาะหลัก เพราะท่านได้สร้างเทวรูปประจำดาวนพเคราะห์ไว้ที่ลวดลายระหว่างเสาพระอุโบสถ โดยรอบและครบถ้วน การทำพิธีจึงเท่ากับอยู่ท่ามกลางทวยเทพประจำดาวเคราะห์ตามตำรับโดยแท้ ทั้งนี้ ผู้คนที่นับถือหลวงพ่อเปี่ยม มิใช่เพราะความเป็นโหราจารย์เท่านั้น ท่านยังให้ความอนุเคราะห์รักษาโรคด้วยสมุนไพร การอบรมคุณธรรม ความรู้ด้านช่างต่างๆ อีกด้วย รวมไปถึงความเชื่อมั่นในพุทธคุณความขลังของพระเครื่องทุกชนิด โดยเฉพาะเหรียญรุ่นแรกที่มีราคาค่านิยมในวงการนักสะสมถึง "หลักหมื่นปลายๆ" ที่สำคัญ ท่านเป็นสุดยอดเกจิอาจารย์ที่ได้รับการ นิมนต์เข้าพิธีพุทธาภิเษกพระเครื่องใหญ่ๆ เช่น ร่วมปลุกเสกเหรียญพระแก้วมรกต ในคราวฉลองกรุงเทพฯ ครบ 150 ปี พ.ศ. 2475 และเป็น 1 ใน 108 เกจิที่ร่วมปลุกเสก "พระพุทธชินราช รุ่นอินโดจีน ปี 2485" ซึ่งพระเครื่องทั้ง 2 รุ่นนี้เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง และมีราคาค่านิยมสูงขึ้นทุกขณะ หลวงพ่อเปี่ยม เป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดเกาะหลัก ที่ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ ท่านเกิดที่บ้านนาห้วย ต.เมืองเก่า อ.ปราณบุรี เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 7 ขึ้น 8 ค่ำ ปีมะเมีย ตรงกับวันที่ 25 พฤษภาคม 2426 เวลา 1 ทุ่ม 19 นาที เป็นบุตรคนสุดท้องของนายแก้ว นางหนูลัภธ์ นามสกุล ถาวรนันท์ มีพี่ชายร่วมบิดาคนหนึ่งชื่อนายถนอม และมีน้องสาวต่างมารดาอีกคนหนึ่งชื่อ ละมุน เป็นภรรยาขุนสอนสุขกิจ หรือนายแพทย์ ส.อันตริกานนท์ ครอบครัว ประกอบอาชีพทำไร่ เมื่ออายุ 3 ขวบ บิดาได้ออกจากบ้านไปค้าขายต่างจังหวัด แล้วไปตั้งภูมิลำเนาอยู่ที่อื่นไม่กลับบ้าน ท่านกับพี่ชายและมารดาได้ช่วยกันทำไร่ด้วยความเหนื่อยยาก อายุ 5 ขวบ มารดานำไปฝากเรียนหนังสือไทยและขอมกับเจ้าอาวาสวัดนาห้วย เรียนจนอ่านออกเขียนได้เล็กน้อย พออายุ 9 ขวบ ทางบ้านประสบอุบัติเหตุไฟไหม้บ้าน มารดาจึงกลับไปอยู่บ้านเดิม ที่บ้านสระแจง อ.หนองจอก จ.เพชรบุรี ท่านได้ไปอยู่กับมารดา ส่วนพี่ชายคงอยู่ที่วัดนาห้วย เรียนหนังสือต่อไปตามเดิม อายุ 11 ขวบ ได้เรียนวิชาหมอน้ำมนต์กับหมอเขียว ซึ่งเป็นผู้มีชื่อเสียงในทางรดน้ำมนต์ และไล่ผี จนสามารถรดน้ำมนต์คนไข้แทนหมอเขียวได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังได้เรียนวิชาการต่างๆ หลายแขนงจากอาจารย์ต่างๆ ที่มีชื่อเสียง เช่น วิชาปลูกสร้างบ้าน ช่างเขียน ช่างปั้น ช่างหยวก และวิชาอ่านเขียนหนังสือ พยายามฝึกฝนอยู่เสมอจนมีความรู้ ความสามารถดีขึ้นเป็นลำดับ กระทั่ง อายุครบบวช "นายเปี่ยม ถาวรนันท์" จึงอุปสมบทที่วัดลาด อ.เมือง จ.เพชรบุรี พ.ศ.2446 โดยมี พระครูสุวรรณมุนี วัดพระทรง เป็นพระอุปัชฌาย์ พระปลัดบุญ วัดชีว์ประเสริฐ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้ฉายาว่า "จันทโชโต" หลังบวชแล้วจำพรรษาอยู่ที่วัดลาด 5 ปี ระหว่างจำพรรษาได้ศึกษาภาษาบาลี บำเพ็ญสมณกิจ ด้วยความเคร่งครัด และได้ออกไปจำพรรษาที่วัด นาห้วย ซึ่งขณะนั้นมีพระครูสุทธาจารคุณ (อ่ำ) เป็นเจ้าอาวาส ท่านเป็นกำลังสำคัญในการดูแลสร้างโบสถ์วัดนาห้วย จนสำเร็จ ปี พ.ศ. 2458 พระครูสุทธาจารคุณ (อ่ำ) ย้ายไปเป็นเจ้าอาวาสวัดเกาะหลักและเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ท่านได้รับมอบหมายจากคณะสงฆ์ ให้ไปเป็นผู้รักษาการในตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดนาห้วย และได้แต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาส ในปีพ.ศ.2459 ระหว่างที่อยู่วัดนาห้วยได้ไปศึกษาวิชาโหราศาสตร์ จากพระสุวรรณมุนี (ชิต) เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ จ.เพชรบุรี และเริ่มมี ชื่อเสียงทางโหราศาสตร์ตั้งแต่นั้นมา หลวงพ่อเปี่ยม ปกครองพระภิกษุสามเณรภายในวัดด้วยคุณธรรม บูรณะและปฏิสังขรณ์วัดปรับปรุงแก้ไขวางผังการสร้างเสนาสนะให้เป็นระเบียบ เรียบร้อยด้วยความสามารถ จนปีพ.ศ.2462 ได้รับตราตั้ง เป็นพระครูชั้นประทวน ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอปราณบุรี และอำเภอเมือง ประจวบคีรีขันธ์ ปีพ.ศ.2463 เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นสามัญที่ "พระครูธรรมโสภิต" ปีพ.ศ.2465 เป็นพระอุปัชฌาย์ ปีพ.ศ.2467 เลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระครูสุเมธีวรคุณ เจ้าคณะรอง (รองเจ้าคณะจังหวัด) เมื่อพระครูสุทธาจารคุณ (อ่ำ) มรณภาพ คณะสงฆ์ได้ย้ายท่านไปเป็นเจ้าอาวาสวัดเกาะหลัก ปีพ.ศ. 2473 และต่อมาปีพ.ศ. 2474 ได้รับตำแหน่งให้เป็นผู้รักษาการในตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปีพ.ศ.2484 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูเมธีวรคุณ ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปีพ.ศ.2484 เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะที่ "พระเมธีวรคุณ บุณคีรีเขตต์ ชลประเวศสังฆปาโมกข์" ในตำแหน่งเดิม การเป็นเจ้าอาวาสวัดเกาะหลัก และเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ของหลวงพ่อ ทำให้หลวงพ่อมีโอกาสแสดงออก ซึ่งอัจฉริยภาพอย่างเต็มที่ ท่านได้นำความรู้ความสามารถมาใช้ประโยชน์ในงานต่างๆ มากมาย งานสำคัญที่ท่านได้ทำคือการสร้างพระอุโบสถอันวิจิตรงดงามตระการตา การเปิดโรงเรียน นักธรรมและบาลี การสร้างบ่อน้ำ และถังน้ำประปาสำหรับวัด และการปกครองคณะสงฆ์ด้วยคุณธรรม งานทะนุบำรุงและการ ก่อสร้างสังฆาราม หลวงพ่อเปี่ยมทำไว้มาก มิใช่ทำที่วัดเกาะหลักอย่างเดียว แต่ได้ทำในสถานที่อื่นอีกด้วยกรอกข้อความ...

  • pic011.jpg
    อ่าวมะนาว มีชายหาดทรายขาวสวยงาม ทอดยาวตลอดแนวต้นสนอันร่มรื่น สะอาด เป็นสถานที่พักผ่อนชายทะเลที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มีธรรมชาติงดงามหาดทรายตื้น สะอาด น้ำทะเลใสสะอาด แมกไม้ร่มร...

  • IMG_7627.jpg
    อาคารดาราศาสตร์ อาคารดาราศาสตร์ ประกอบด้วยอาคาร 3 หลังเชื่อมต่อกัน คือ อาคารพันทิวาทิต พันพินิจจันทรา ดาราทัศนีย์ มีฐานการเรียนรู้ 11 ฐานการเรียน ได้แก่ บันทึกเกียรติยศ, โลกอนาคต, ...

  • Untitled-23.gif
    เป็นที่ตั้งของตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ มีความยาวประมาณ 8 กม. โดยเริ่มจากเขาตาม่องล่ายทางด้านทิศเหนือเป็นวงโค้งไปจดเขาล้อมหมวกทางด้านทิศใต้ หน้าอ่าวมีเกาะรูปร่างแปลกตาอยู่หลายเกาะ ทำ...

  • 607362716.jpg
    ด่านสิงขร อยู่จุดชายแดนพม่า เป็นตลาดชายแดนที่ขายสินค้าพื้นเมืองทั้งของคนไทยและพม่า ได้แก่ เฟอร์นิเจอร์และข้าวของเครื่องใช้ที่ทำจากไม้แกะสลักซึ่งเป็นงานฝีมือแฮนด์เมด (Hand Made) เหม...

  • E12514067-22.jpg
    วัดธรรมมิการามวรวิหาร หรือ วัดเขาช่องกระจก ตั้งอยู่บนเขาช่องกระจกเป็นภูเขาขนาดเล็กตั้งอยู่ด้านหลังศาลากลางจังหวัดติดต่อกับอ่าวประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีลั...

  • parj12.jpg
    ศาลหลักเมือง ตั้งอยู่ถนนสละอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ใกล้เชิงเขาช่องกระจก สร้างขึ้นด้วยรูปแบบศิลปะลพบุรี องค์หลักเมืองแกะสลักลวดลายประณีตสวยงามวิจิตรบรรจง โดยส่วนยอดแกะสลักเป็น4 พั...

  • DSC_49033.jpg
    วัดคลองวาฬ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ[1] สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ปัจจุบันตั้งอยู่ในตำบลคลองวาฬ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีพระเทพสิทธิวิมล (ละเอียด สุทนฺโต)...

  • เกาะทะลุ มนต์เสน่ห์ของการดำน้ำชมปะการังฝั่งอ่าวไท­ย Koh Talu Island Resort ศูนย์อนุรักษ์เต่าทะเล จ.ประจวบฯ“เกาะทะลุ“ ต้นกำเนิดโครงการฟื้นฟูทะเลไทย ซึ่งปัจจุบันเป็นแหล่งดำน้ำดูปะการ...
Visitors: 64,056